หน้าแรก

diveinfo.net

หน้าแรก    กระดาน    ห้องสนทนา    ตลาด    บทความ    ห้องภาพ    อุปกรณ์    ประชาสัมพันธ์    ร้านดำน้ำ    เรือดำน้ำ    หนังสือ    Links    ติดต่อ

"ปลาบลูฟินทูน่า"ร่อยหรอ เพราะนักกินชอบเปิบ"ซูชิ"

ความเห็น: 10 - [11 ต.ค. 50, 14:20]  อ่าน: 6837 - [13 ก.ค. 57, 18:11]

02526 "ปลาบลูฟินทูน่า"ร่อยหรอ เพราะนักกินชอบเปิบ"ซูชิ"
ตั้งโดย:
batty



กระทู้: 271, ความเห็น: 1,844
เข้าชม: 7353 ครั้ง, 2 หน้า/วัน
เข้าชมล่าสุด: 01-05-2557
เข้าร่วมตั้งแต่: 02-11-2547

Dive level: ADV OW, RD Candidate
No. of dives: เยอะ
ที่อยู่: Blue Planet
posted: 10-10-2550, 09:49:03      แก้ไข      แจ้งลบ      เก็บกระทู้นี้ไว้

ดีเอโก้ เครสโป เป็นชาวประมงชาวสเปนและหากินกับการจับปลาทูน่ามานมนานแล้ว แต่ปีนี้เครสโปถอดใจว่าอาจเป็นปีสุดท้ายแล้วที่เขาจะจับปลา เพราะจำนวนปลาทูน่าลดลงอย่างน่าใจหาย และปลายังตัวเล็กกว่าที่เคยจับได้ โดยปีนี้พบปลาที่มีน้ำหนักเกินกว่า 200 กิโลกรัมน้อยมาก ขณะที่เมื่อ 10 ปีที่แล้วพบตัวขนาดเกินกว่า 500 กิโลกรัมทั้งนั้น

ชาวญี่ปุ่นมีความต้องการปลาทูน่าเพื่อนำไปทำเป็นซูชิอย่างมาก ทำให้อุตสาหกรรมประมงแข่งขันหาปลา "แอตแลนติก บลูฟิน ทูน่า" ซึ่งเป็นปลาที่มีรูปร่างคล้ายตอร์ปิโด มีน้ำหนักประมาณ 500 กิโลกรัม และออกตัวว่ายน้ำในความเร็วที่เร็วกว่ารถปอร์เช่ 911

นางซูซาน่า เซนซ์ เจ้าหน้าที่จากองค์กรเวิลด์ไวลด์ไลฟ์ฟันด์ หรือ WWF เตือนว่า ปลาบลูฟินทูน่าเป็นปลานักล่า ถ้ามันหายไปจากระบบนิเวศหายนะจะเกิดขึ้นกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแน่นอน

การล่าปลาทูน่าซึ่งหลายแห่งควบคุมโดยมาเฟียชาวเอเชียและอิตาเลียน เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ทั่วเมดิเตอร์เรเนียน เพราะว่าปลาทูน่าสวยๆ ตัวโตๆ สามารถขายในตลาดซึกิจิในกรุงโตเกียวได้ถึงตัวละ 15,000 เหรียญ หรือ 500,000 บาท ทำให้มีนักธุรกิจด้านประมงหน้าใหม่เข้ามาร่วมแบ่งเค้กทุกๆ ปี

นักพิทักษ์ปลาเปิดเผยว่า อาจจะช้าเกินไปแล้วที่จะหันมาช่วยบลูฟินทูน่า เพราะปีนี้พบเรือประมงไฮเทคซึ่งมีเครื่องบินชี้แหล่งปลาทูน่า ไปป้วนเปี้ยนจับปลาอยู่ใกล้กับประเทศลิเบีย แหล่งพักพิงสุดท้ายของบลูฟินทูน่า

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
มองไปข้างหน้า ทำตัวให้เบาที่สุด ทิ้งความกลัวไว้เบื้องหลัง

IP Address: 203.144.240.229

ความเห็นที่ 1:
batty



กระทู้: 271, ความเห็น: 1,844
เข้าชม: 7354 ครั้ง, 2 หน้า/วัน
เข้าชมล่าสุด: 01-05-2557
เข้าร่วมตั้งแต่: 02-11-2547

Dive level: ADV OW, RD Candidate
No. of dives: เยอะ
ที่อยู่: Blue Planet
posted: 10-10-2550, 09:49:46      แก้ไข      แจ้งลบ
มาจาก  http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROMFpXTXdNekV3TVRBMU1BPT0=&sectionid=0326

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
มองไปข้างหน้า ทำตัวให้เบาที่สุด ทิ้งความกลัวไว้เบื้องหลัง

h4 = 272 IP Address: 203.144.240.229

ความเห็นที่ 2:
นู๋เปิ้ล



กระทู้: 14, ความเห็น: 599
เข้าชม: 5798 ครั้ง, 2 หน้า/วัน
เข้าชมล่าสุด: 17-07-2555
เข้าร่วมตั้งแต่: 21-01-2547

Dive level: PADI/OW
ที่อยู่: กทม.
posted: 10-10-2550, 11:03:44      แก้ไข      แจ้งลบ
คงเป็นเพราะวัฒนธรรมคนญี่ปุ่นกินปลาเป็นหลักละมัง ทำให้คนญี่ปุ่นล่าปลาเป็นอาชีพหลักมาตั้งแต่ไหน แต่ไร

เคยอ่านเรื่องการล่าวาฬของคนญี่ปุ่น จนสงสัยว่าพวกวาฬในทะเลมีเยอะมากขนาดนั้นเลยเหรอ และมันโตทันคนล่าได้ยังไง
อยากรู้เหมือนกันว่าคนญี่ปุ่นจับปลากันทั้งทะเลเหมือนคนไทยหรือเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้นละก้อ อีกไม่นานปลาก็อคนหมดทะเลญี่ปุ่นเหมือนกัน

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
"If Life Hands You Lemon, Ask for Bacardi"

urasri407@hotmail.com

h4 = 258 IP Address: 202.28.179.13

ความเห็นที่ 3:
Aq5



กระทู้: 100, ความเห็น: 3,467
เข้าชม: 2213 ครั้ง, 3 หน้า/วัน
เข้าชมล่าสุด: 24-04-2555
เข้าร่วมตั้งแต่: 30-11-2547

No. of dives: xxxx
posted: 10-10-2550, 11:32:37      แก้ไข      แจ้งลบ
คนญี่ปุ่นกินซูชิ  คงไม่ทำให้ทูน่าหมดทะเลหรอกครับ    

คนกินปลากระป๋องน่ากลัวกว่า   เพราะกินกันทั้งโลก

ครั้งหนึ่ง  ผมเคยไปยืนรอถ่ายรูปการลำเลียงทูน่าที่ท่าเรือในอิตาลี  เกิดมาก็ไม่เคยเห็นเหมือนกันว่า Blue fin มันตัวขนาดนั้นจริงๆ  เพราะเคยเห็นแต่ในรูปก็ไม่ใหญ่โตเท่านั้น   แต่ละตัวอ้วนยังกับควาย  
.. ต่อมาภายหลัง  ทราบว่า  ชาวประมงที่นั่นก็ต้องไปทำมาหากินอย่างอื่น  ท่าเรือก็ปิดตัวลงไป ไม่มีทูน่ามาขึ้นที่ท่าเรืออีกแล้ว    แต่เขาว่าเป็นเพราะน้ำทะเลของทะเลเมดิเตอเรียนย่ำแย่  

อีกหน  ไปดูที่ U.A.E  ชาวประมงที่นั่น ขับ speedboat ออกไปจับปลาวันละสองตัว .. ไปยืนดูพระอาทิตย์ขึ้นริมทะเลแดง  เห็นแต่ปูม้าเต็มหาด   คนงานไทยที่นั่น จับปูม้ากินวันละเป็นร้อยกิโล
  
นั่งรถไปเที่ยวเมือง Fujirah   อยู่ห่าง Dubai ไปสักร้อยกิโล     U.A.E.  ให้สัมปทานบริษัทญี่ปุ่นมาทำประมงทูน่า   ป้ายชื่อถนนหนทางในเมืองนั้น มี 2 ภาษา   แม้แต่ชื่อเมืองนั่นก็อ่านว่า "ฟูจิร่า"
ไม่เห็นตอนขึ้นปลาครับ     เพราะเมื่อเรือโรงงาน ในกองเรือประมงญี่ปุ่นเข้ามาเทียบท่า .. เขาไม่ได้ส่งปลาขึ้นมาเป็นตัวๆ หรอกครับ   เขา Canning - Packing  เสร็จสรรพ ส่งขึ้นฝั่งมาในกล่องบรรจุเรียบร้อย

พี่ไทยเราก็ใช่ย่อยเสียที่ไหน .. จับทูน่าปีละไม่กี่ตัว  แต่ Export ทูน่าปีละนับล้านกระป๋อง  

ซื้อปลาแช่แข็งมาจาก RSA ครับ .. เพราะหลายประเทศบอยคอตอาฟริกาใต้  ทั้งเรื่องการค้า และวิธีจับ ที่ไม่ได้ใช้อวนที่ก้นถุงมีช่องเปิด  ที่เรียกว่า Dolphin free , Turtle free net
ก็เลยต้องเล่นแร่แปลธาตุ  ส่งปลาแช่แข็งมาขายเมืองไทย  แล้วถึงส่งออกไปอีกที  


แต่ว่า  .. Dogtooth Tuna  ผิวสีเงินแวววาว ว่ายน้ำหน้างอๆแถวทะเลบ้านเรา  เนื้อมันทำซาชิมิอร่อยจังนะ      

h4 = 244 IP Address: 58.10.99.54

ความเห็นที่ 4:
นู๋เปิ้ล



กระทู้: 14, ความเห็น: 599
เข้าชม: 5802 ครั้ง, 2 หน้า/วัน
เข้าชมล่าสุด: 17-07-2555
เข้าร่วมตั้งแต่: 21-01-2547

Dive level: PADI/OW
ที่อยู่: กทม.
posted: 10-10-2550, 14:36:21      แก้ไข      แจ้งลบ
เคยคุยกะคนที่เคยไปศึกษาเรื่องปลาทูน่ามาจากญี่ปุ่น

ถ้านู๋เปิ้ลจำไม่ผิด ปลาทูน่าที่บ้านเราจับลงกระป๋องมันไม่ใช่ Blue Fin Tuna นะคะ มันเป็นอีกชนิดหนึ่งที่ตัวเล็กกว่าและอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นฝูงใหญ่ๆ จำไม่ได้แล้วว่ามันเป็นชนิดไหน  (ถ้าไม่ถูกช่วยแก้ไขให้ด้วยค่ะ)

จำได้แต่ว่า Blue fin tuna เนี่ยเป็นเนื้อซาซิมิติดอันดับสูงเลยทีเดียว และไม่ใช่แค่ทูน่าที่จับจากทะเลญี่ปุ่นเท่านั้น บางครั้งก็มีการนำเข้าทูน่าจากประเทศอื่นๆ มาทำซาซิมิด้วย

ถ้าใครเคยอ่านการ์ตูน (อีกแล้ว) "ไอ้หนูซูชิ" เค้าบรรยายคุณสมบัติของปลาทูน่าเอาไว้จนคนอ่านดิ้นกระเดือกๆ เลยทีเดียว

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
"If Life Hands You Lemon, Ask for Bacardi"

urasri407@hotmail.com

h4 = 258 IP Address: 202.28.179.13

ความเห็นที่ 5:
wobbegong

กระทู้: 12, ความเห็น: 799
เข้าชม: 6951 ครั้ง, 4 หน้า/วัน
เข้าชมล่าสุด: 03-07-2557
เข้าร่วมตั้งแต่: 01-07-2548
posted: 10-10-2550, 17:17:55      แก้ไข      แจ้งลบ
คุณหนูเปิ้ลกับผมนี่ท่าจะคอเดียวกัน... อ่านการ์ตูนเรื่องเดียวกันสองหนแล้วแฮะ....

ปลาทูน่า ภาษาไทยเรียก ปลาโอ ในบ้านเราก็มีอยู่หลายชนิดนะครับ

ที่มีการประมงในเขตอ่าวไทย (ข้อมูลปี 1997 จาก SEAFDEC) มี 3 ชนิด
คือ ปลาโอดำ (Longtail Tuna - [I}Thunnus Tonggol[/I]) ปลาโอลาย (Bonito - [I]Enthynnus affinis[/I]) และปลาโอขาว (Frigate Tuna - [I]Auxis thazard[/I])

เท่าที่ทราบ ที่เอามาทำปลากระป๋องส่วนใหญ่ คือ โอดำ กับโอลาย พวกนี้ตัวประมาณฟุตครึ่งถึงสองฟุตเท่านั้น

ส่วนเจ้า Bluefin นั่น ส่งขายญี่ปุ่นทั้งตัวได้ราคาดีกว่าเยอะครับ คนญี่ปุ่นกินซูชิ ปลาทูน่าคงไม่หมดทะเล แต่พันธุ์ Bluefin อาจหมดได้ เพราะเน้นกันแต่ชนิดนี้ และเอาแต่ตัวที่โตเต็มวัย
เคยดูสารคดี จับกันทีก็จับกันทั้งฝูง แล้วมันจะเหลือรอดมาขยายพันธุ์ได้หรือ

โดยปกติ ข้อห้ามในการจับปลาในต่างประเทศคือจะมีกำหนดขนาดเล็กสุดที่จะเอาไปได้.. แต่นักวิทยาศาสตร์บางสาย ก็ค้านว่า
ถ้าปลาตัวใหญ่ โอกาสในการขยายพันธุ์มันสูงกว่า เพราะมันออกไข่ ปล่อยเชื้อต่อครั้งได้มากกว่า..
แต่ก็นั่นแหละ จะจำกัดขนาดใหญ่สุดที่จับได้ด้วย มันทำได้ยาก ในแง่ความรู้สึกคน..
(ใครๆ ก็ต้องการจับให้ได้ตัวใหญ่ๆ)

ถ้าอ่านจากการ์ตูนซูชิทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น ไอ้หนูซูชิ ของวิบูลย์กิจ หรือ ไอ้หนุ่มซูชิ ของบูรพัฒน์ เนื้อปลาทูน่า เรียกรวมว่า "มากุโร่" แบ่งออกเป็น 3 เกรด คือ
1. โอโทโร - พื้นท้อง ไขมันมากสุด แพงสุด
2. โทโร - เหนือท้องขึ้นมาหน่อย ไขมันน้อยลง
3. อากามิ - ค่อนไปด้านหลัง ไม่ค่อยมีไขมัน แดงๆ

เดี๋ยวไปหากระทู้ในพันทิบ ที่พูดถึงเนื้อทูน่ามาแปะครับ..

h4 = 160 IP Address: 58.136.79.224

ความเห็นที่ 6:
tottenham



กระทู้: 16, ความเห็น: 134
เข้าชม: 2798 ครั้ง, 1 หน้า/วัน
เข้าชมล่าสุด: 07-03-2554
เข้าร่วมตั้งแต่: 02-09-2548

Dive level: Advance
posted: 11-10-2550, 08:30:29      แก้ไข      แจ้งลบ

ช่วยแปะรูป บูลฟิน ทูน่าที่ตลาดปลาซึกิจิ เมื่อตอนต้นเดือนกันยายน 2550 ครับ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Dive Now Work Later

h4 = 244 IP Address: 203.130.145.67

ความเห็นที่ 7:
ปุ๊ย



กระทู้: 391, ความเห็น: 6,519
เข้าชม: 22680 ครั้ง, 11 หน้า/วัน
เข้าชมล่าสุด: 18-04-2557
เข้าร่วมตั้งแต่: 27-08-2546

Dive level: : )
No. of dives: 2+
ที่อยู่: Here
posted: 11-10-2550, 09:18:11      แก้ไข      แจ้งลบ
ไม่เคยเห็นตัวเท่า คห. แรกเลย
เคยเจอตัวใหญ่สุด ก็ตัวพอๆ กะเรานี่เอง

แต่กว่ามันจะโต มันคงใช้เวลานานอยู่นะเนี่ย  

h4 = 272 IP Address: 124.120.221.97

ความเห็นที่ 8:
นู๋เปิ้ล



กระทู้: 14, ความเห็น: 599
เข้าชม: 5824 ครั้ง, 2 หน้า/วัน
เข้าชมล่าสุด: 17-07-2555
เข้าร่วมตั้งแต่: 21-01-2547

Dive level: PADI/OW
ที่อยู่: กทม.
posted: 11-10-2550, 12:11:47      แก้ไข      แจ้งลบ

ถ้าจะจับตัวใหญ่ๆ คงต้องขึ้นไปทางประเทศเขตหนาวมั๊งค่ะ

เห็นหลายที่จัด trip ให้คนไปจับปลาทูน่า ประมาณไปเที่ยวลงเรือไดหมึกบ้านเรานี่ละมั๊ง

นึกดู...บ้านเรามีโฮมสเตย์ พาลงเรือจับปลาหมึก แต่ฝรั่งพาลงเรือจับปลาทูน่า โฮะ..โฮะ..

(รูปนี้ถ่ายเดือน พ.ค. 2007 นี่เองนะเนี่ย)

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
"If Life Hands You Lemon, Ask for Bacardi"

urasri407@hotmail.com

h4 = 258 IP Address: 202.28.179.13

ความเห็นที่ 9:
นู๋เปิ้ล



กระทู้: 14, ความเห็น: 599
เข้าชม: 5826 ครั้ง, 2 หน้า/วัน
เข้าชมล่าสุด: 17-07-2555
เข้าร่วมตั้งแต่: 21-01-2547

Dive level: PADI/OW
ที่อยู่: กทม.
posted: 11-10-2550, 12:28:32      แก้ไข      แจ้งลบ

แต่จะว่าไป จับทีละตัว-สองตัวคงไม่หมดทะเล

แต่นี่เล่นจับกันเป็นอุตสาหกรรม

อ่านเจอเค้าบอกว่าใน 1 ปีทั่วโลกจับ Blue Fin Tuna กันประมาณ 2 ล้านตัน (ปี 2005) เฉพาะญี่ปุ่นจับไป 5 แสนตัน และมากกว่าครึ่งของที่จับได้ส่งไปที่ญี่ปุ่น

ตามบันทึกของ WWF บอกว่าประชากรของ Blue Fin Tuna เริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว

ก็นึกดูว่าเทคโนโลยีการประมงสมัยนี้มัน "ดีเลิศ..." ขนาดไหน  ในญี่ปุ่น (และบางประเทศ) เปิดสอนวิชา Tuna fisheries และ Tuna management เลยทีเดียว

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
"If Life Hands You Lemon, Ask for Bacardi"

urasri407@hotmail.com

h4 = 258 IP Address: 202.28.179.13

ความเห็นที่ 10:
tottenham



กระทู้: 16, ความเห็น: 134
เข้าชม: 2803 ครั้ง, 1 หน้า/วัน
เข้าชมล่าสุด: 07-03-2554
เข้าร่วมตั้งแต่: 02-09-2548

Dive level: Advance
posted: 11-10-2550, 14:20:31      แก้ไข      แจ้งลบ

มีรูปนี้มาฝากด้วยครับ คนญี่ปุ่นนี้หม่ำปลาทุกประเภทจริงๆเลย
เสียดายถ่ายมาไม่ชัดเลย

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Dive Now Work Later

h4 = 244 IP Address: 203.130.145.67

หมายเหตุ: เลข IP Address จะไม่ใช่เลขเครื่องที่ใช้ หากเครื่องนั้นใช้ internet ผ่าน proxy server

กรุณา ลงทะเบียน และ login ก่อนส่งความเห็นครับ